|
Toshiba Inverter
อินเวอร์เตอร์คือระบบที่ควบคุมการปรับอากาศ ให้เป็นอย่างราบเรียบและคงที่ ด้วยการปรับเปลี่ยนรอบการหมุนของคอมเพรสเซอร์ โดยการเปลี่ยนความถี่ของกระแสไฟที่จ่ายให้กับมอเตอร์ของคอมเพรสเซอร์แทนการ ทำงานแบบ ติด-ดับ-ติด-ดับ ในเครื่องปรับอากาศแบบเก่า ทำให้ระบบอินเวอร์เตอร์สามารถควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำมากขึ้น และที่สำคัญ คือ ประหยัด
-กำลังงานที่ใช้ในการทำความร้อนหรือทำความเย็นจะถูกเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ์
-อุณหภูมิของห้องคงที่กว่าเมื่อเทียบกับระบบเก่า เนื่องจากระบบนี้จะไม่มีการหยุดการทำงานของคอมเพรสเซอร์
-อุณหภูมิของห้องค่อนข้างคงที่ เนื่องจากระบบนี้จะปรับกำลังในการทำความร้อนหรือทำความเย็นโดยอัตโนมัติ์ อ้างอิงกับภาวะ (Workload) ที่มีอยูในห้อง
วัตถุประสงค์หลักของการใช้งานอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ทั่วไป คือ การควบคุมการทำงานของมอเตอร์ (Motor) เช่น ปรับระดับความเร็วและทิศทางของมอเตอร์ ซึ่งอินเวอร์เตอร์โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนในการตั้งค่า ที่คล้ายคลึงกัน โดยบทความนี้จะแนะนำค่าพารามิเตอร์ที่น่าสนใจในการที่จะปรับตั้งอิน เวอร์เตอร์เบื้องต้น ดังที่จะแสดงในไดอะแกรม (Diagram) ต่อไปนี้
1. การตั้งค่าพารามิเตอร์ของมอเตอร์ เปรียบเสมือนการแนะนำอินเวอร์เตอร์ให้รู้จักกับมอเตอร์ ซึ่งใน ส่วนนี้ต้อง ปรับตั้งค่าอินเวอร์เตอร์ให้ตรงตาม Nameplate ของมอเตอร์ หาก ตั้งค่าที่ไม่ถูกต้องอาจมีผล ทำให้เกิดความเสียหายขึ้น ซึ่งพารามิเตอร์ที่สำคัญมีดังต่อไปนี้ ขนาดของแรงดันที่ใช้กับมอเตอร์ , ขนาดของกระแสที่ให้มอเตอร์ , กำลังวัตต์ของมอเตอร์ , ความเร็วรอบของมอเตอร์
2. การกำหนดรูปแบบการควบคุม คือ การกำหนดรูปแบบการ เปิด / ปิด อินเวอร์เตอร์ หรือ รูปแบบ การควบคุมความเร็วของมอเตอร์
3. การกำหนดช่วงความถี่ใช้งาน คือ การกำหนดความถี่ต่ำสุด หรือ ความถี่สูงสุด ที่อินเวอร์เตอร์จะให้แก่ มอเตอร์ ซึ่งความถี่ที่ตั้งจะเป็นตัวกำหนดความเร็วต่ำสุด หรือ สูงสุดของมอเตอร์ พารามิเตอร์ที่น่าสนใจ มีดังนี้
3.1 ความถี่ต่ำสุดของอินเวอร์เตอร์ (Minimum Motor Frequency) ใช้กำหนดความเร็วต่ำสุดที่มอเตอร์ จะหมุนได้โดยทั่วไปไม่ควรตั้งต่ำกว่า 10 Hz เนื่องจากจะทำให้มอเตอร์ทอร์ค (torque) ตก ไม่มีกำลัง
3.2 ความถี่สูงสุดของอินเวอร์เตอร์ (Maximum Motor Frequency) ใช้กำหนดความเร็วสูงสุดที่มอเตอร์ จะหมุนได้ ข้อสังเกตประการหนึ่งในการปรับตั้งพารามิเตอร์นี้คือ ปัจจุบันแรงดันไฟฟ้าของประเทศไทย มีความถี่ 50 Hz ซึ่งหากกำหนดมากกว่า 50 Hz จะมีผลให้ทอร์คของมอเตอร์ตกลงอย่างรวดเร็ว แต่มอเตอร์ ก็จะมีความเร็วที่สูงขึ้น
3.3 ช่วงเวลาขอบขาขึ้น (Ramp-Up Time) เป็นการกำหนดระยะเวลาที่มอเตอร์จะใช้ในการเข้าสู่ ความเร็วที่กำหนด (Set Point) หากตั้งค่าน้อยเกินไปจะมีผลทำให้กระแสช่วงออกตัวของมอเตอร์มีค่าสูง ซึ่งหากโหลดที่ให้มีกำลังวัตต์มากที่สุดในโรงงานจะมีผลต่อค่าความต้องการ ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand -Voltage) แต่หากปรับค่ามากเกินไปจะมีผลทำให้มอเตอร์ออกตัวช้า หรือ ออกตัวไม่ได้
3.4 ช่วงเวลาขอบขาลง (Ramp-Down Time) เป็นการกำหนดระยะเวลาที่มอเตอร์ใช้ในการเปลี่ยน จากความเร็วสูงสุดเข้าสู่การหยุดให้แรงดันโดยปกติ การหยุดการทำงานของอินเวอร์เตอร์จะมีลักษณะ ค่อยลดแรงดันจากค่าสูงสุดทีละเล็กน้อยจนกระทั่งไม่มีแรงดันซึ่งจะมีผลต่อ เวลาในการหยุดของมอเตอร์ และปริมาณแรงดันไฟฟ้าที่ป้อนกลับเข้าสู่อินเวอร์เตอร์ ดังนั้น ในกรณีที่มอเตอร์มีขนาดใหญ่หากปรับค่านี้ น้อยเกินไปอาจมีผลทำให้อินเวอร์เตอร์ Trip อันเนื่องจาก แรงดันไฟฟ้าป้อนกลับ
|